ตามที่มีข่าวทางโทรทัศน์และทางสื่อ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 64 ว่ามีครอบครัวผู้ยากไร้ ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ ถูกลูกชายติดยาเผาบ้านพักอาศัย ขู่ฆ่า จนต้องอพยพไปหาที่อยู่อาศัยริมถนนในพื้นที่อำเภอจัตุรัส และมีชาวบ้านกล่าวหาว่าครอบครัวดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย นั้น
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 64 เวลาประมาณ 18.40 น. นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ แจ้งประสานไปยังพื้นที่ อำเภอเมืองชัยภูมิ และ อำเภอจัตุรัส ที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือท่านนายอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส พร้อมด้วย นางสาวภัทรานิษฐ์ ก่อกุศล หัวหน้าบ้านพักเด็กจังหวัดชัยภูมิ และนายอนุชา เจริญรักษ์ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ ได้มอบหมายให้นางสุนธรีย์ยา สุทธยาคม ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชัยภูมิ ลงพื้นที่ประสานการให้ความช่วยเหลือราษฎรราย นางล้วน โชคศิริ อายุ 86 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ อาศัยอยู่กับ นางสาวนาฎ โชคศิริ อายุ 57 ปี บุตรและหลาน ซึ่งข้อเท็จจริงลูกชายของนางสาวนาฎฯ มีอาการติดยาเสพติด ได้วางเพลิงเผาบ้าน ได้หลบหนี้ไป และขู่อาฆาตจะทำร้ายคนในครอบครัวให้ถึงแก่ชีวิต ทำให้คนในครอบครัวเกิดความหวาดกลัว จึงได้อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่ริมทางเขตพื้นที่บ้านโคกแพงพวย ต.ละหาน อ.จัตุรัส สำหรับเป็ดที่เลี้ยงนั้น ครอบครัวได้ไปรับจ้างเลี้ยง ปัจจุบันลูกชายคนดังกล่าวได้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ และจากสภาวการณ์ในขณะนั้นอาจเกิดอันตรายไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ ในการนี้ทาง อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอจัตุรัส และบ้านพักเด็กและครอบครัวฯ พร้อมด้วย ผญบ., ผช.ผญบ. ม.7 และตำรวจสายตรวจประจำ ต.หนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิจึงรับตัวนางล้วนฯ และครอบครัวมาพักอาศัยที่บ้านญาติในเขตพื้นที่ ม.7 ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลาประมาณ 21.00 น.
และในวันนี้ 9 ธันวาคม 64 เวลา 10.00 น. จังหวัดชัยภูมิ และเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ ภายใต้การนำของ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชารจังหวัดชัยภูมิ/ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ และนางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ นางณัฐกมล วัชกีกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ นางสมปรารถนา ชัยวิรัตนะ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ เข้าเยี่ยมครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้ความช่วยเหลือและมีหน่วยงานร่วมในการเยี่ยมด้วย มีรายละเอียดการเยี่ยมและการให้ความช่วยเหลือดังนี้
ข้อมูลครอบครัว
ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการลงพื้นที่พบกับนางสาวนาฏ (มารดาผู้ก่อเหตุ) เล่าว่าครอบครัวมีสมาชิก
ทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย ยาย ,นางสาวนาฏ ,สามีใหม่ ,บุตรชาย 2 คน และหลานสาว 3 คน อายุ 16 ปี 15 ปี และ 3 ปี เดิมครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ขายไข่เป็ด ขายปลา ขายผัก มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ บุตรชายคนโต มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด และมีพฤติกรรมโมโหร้าย ทำลายข้าวของอยู่เป็นประจำ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2564 นางสาวนาฏฯ ได้ทราบจากยาย และหลานสาวว่าบุตรชายคนโตมีอาการคุ้มคลั่งทำลายข้าวของและขู่จะทำร้ายคนในครอบครัว ตนจึงได้ไปรับยายและหลานสาว 3 คน มาอาศัยอยู่ด้วยกันที่ไร่นาริมถนน ซึ่งสามีใหม่ของตนอาศัยอยู่เพื่อรับจ้างเลี้ยงเป็ดเฝ้าไร่ และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 บุตรชายคนโต ได้เผาบ้านที่อยู่อาศัย ตนจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2564 แต่ครอบครัวยังมีความกังวลใจและมีความกลัวว่าผู้ก่อเหตุจะออกมาทำร้ายร่างกาย จึงไม่กล้ากลับเข้าพื้นที่ และครอบครัวถูกเข้าใจผิดจากชุมชนว่าเป็นครอบครัวที่ติดเชื้อโควิด -19 จึงทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพค้าขายและอยู่ในชุมชนได้เช่นเดิมการให้ความช่วยเหลือ
1. เหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย จำนวน 8,000 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และจะส่งเสริมด้านการสร้างอาชีพ เช่น ปลูกผักขาย ในบริเวณบ้านพักอาศัยของตนเอง เป็นต้น
2. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง จะเสนอเรื่องพิจารณาให้ความช่วยเหลือกรณีเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยตามระเบียบของทางราชการ
3. โรงพยาบาลชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ด้านจิตเวช มาให้ให้คำแนะนำ พิจารณาช่วยเหลือ ในการบำบัด รักษาให้แก่ลูกชายที่ติดยาเสพติด
4. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองนาแซง โดยรองผู้อำนวยการฯ พร้อมทีมงาน เข้ามาดูแลด้านสุขภาพอนามัยของครอบครัว และได้ยืนยันผลการตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว ปรากฏว่า ครอบครัวดังกล่าวไม่มีเชื้อแต่อย่างใด
5. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวด้านเงินสงเคราะห์ จำนวน 3,000 บาท และช่วยเหลือด้านการศึกษาให้แก่หลานสาวทั้ง 2 คน จะประสานส่งต่อให้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 จังหวัดขอนแก่น (โรงเรียนประจำ)
6. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกรณีผู้สูงอายุ โดยจะร่วมกับอบต.หนองนาแซง
7. สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่รับแจ้งเหตุ และได้เข้ามาสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินคดีของลูกชาย และช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย
8. อำเภอเมืองชัยภูมิ ช่วยเหลือถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ประสานกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวดังกล่าว และได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในชุมชนทราบและไม่ให้ตื่นตระหนก ในกรณีครอบครัวดังกล่าวไม่ได้มีการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด และอำเภอเมืองแจ้งว่า ครอบครัวดังกล่าว ไม่ได้ถูกทางการทอดทิ้ง โดยได้มีการเยี่ยมอยู่เป็นประจำ และที่ผ่านมาทางเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิก็ได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้ด้วยแล้วซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวก็อยู่แบบปกติในการดำรงชีพ แต่ปัจจุบันครอบครัวเพียงหวาดกลัวกับลูกชายที่ก่อเหตุ














